CBAM คือมาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป ที่ทำให้สินค้านำเข้าคาร์บอนสูง (เหล็ก อะลูมิเนียม ซีเมนต์ ปุ๋ย ไฟฟ้า ไฮโดรเจน) ต้องจ่ายค่าคาร์บอนเทียบเท่ากับที่ผลิตใน EU เริ่มรายงานตั้งแต่ปี 2023 และบังคับจ่ายเต็มตั้งแต่ 1 มกราคม 2026 ผู้ส่งออกไทยในกลุ่มนี้ต้องเตรียมข้อมูลคาร์บอนฝังตัว
CBAM คืออะไร ทำไม EU ถึงทำ
CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) ออกแบบมาเพื่อป้องกัน “การรั่วไหลของคาร์บอน” คือการที่ผู้ผลิตย้ายฐานไปประเทศที่กฎคาร์บอนหลวมกว่า EU จึงเก็บค่าคาร์บอนกับสินค้านำเข้าให้เท่ากับที่ผู้ผลิตใน EU ต้องจ่าย
สินค้าที่เข้าข่าย
ระยะแรกครอบคลุม เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม ซีเมนต์ ปุ๋ย ไฟฟ้า และไฮโดรเจน โดยขอบเขตสินค้ามีแนวโน้มขยายเพิ่มในอนาคต
CBAM ทำงานอย่างไร
ผู้นำเข้าใน EU ต้องรายงานปริมาณคาร์บอนฝังตัว (embedded emissions) ของสินค้า และซื้อ “CBAM certificate” ตามราคาคาร์บอนของ EU ETS โดยหักส่วนที่ผู้ผลิตได้จ่ายค่าคาร์บอนในประเทศต้นทางไปแล้ว
ของสินค้า (ทวนสอบได้)
ตามราคา EU ETS
ที่จ่ายในไทยนำมาหักได้
ไทม์ไลน์
ช่วงเปลี่ยนผ่าน (ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2023) ผู้นำเข้าเพียงต้อง “รายงาน” ยังไม่ต้องจ่าย ส่วนระยะบังคับเต็มเริ่ม 1 มกราคม 2026 ที่ต้องซื้อ certificate จริง
กระทบผู้ส่งออกไทยอย่างไร
ผู้ส่งออกไทยในกลุ่มสินค้าเหล่านี้จะเสียเปรียบด้านราคาถ้าคาร์บอนฝังตัวสูง และลูกค้า EU จะขอข้อมูลการปล่อยที่ตรวจสอบได้ ผู้ที่มีข้อมูลพร้อมและคาร์บอนต่ำจะได้เปรียบ
เตรียมตัวอย่างไร
วัดคาร์บอนฝังตัวของสินค้า (Carbon Footprint of Product) ด้วยข้อมูลที่ทวนสอบได้ ลดการปล่อยในกระบวนการผลิต และจัดทำเอกสารให้ตรงรูปแบบที่ EU กำหนด
ธุรกิจส่งออกของคุณพร้อมรับ CBAM แค่ไหน?
ทำแบบประเมินความพร้อม ESG ฟรี รวมความพร้อมด้าน CBAM และการวัดคาร์บอน
ลองคำนวณคาร์บอนองค์กรคุณฟรี
วัดคาร์บอนฝังตัวเริ่มจาก Scope 1/2/3 ด้วยเครื่องคำนวณคาร์บอน
คำถามที่พบบ่อย
แหล่งอ้างอิง
- European Commission CBAM
- กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)
- องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO)
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเนื้อหาให้ความรู้ ควรตรวจสอบรายละเอียดและระเบียบล่าสุดจากแหล่งทางการก่อนนำไปใช้