ร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คือกฎหมายฉบับแรกของไทยที่จะวางกลไกจัดการโลกร้อนอย่างเป็นระบบ จุดที่กระทบธุรกิจมากที่สุดคือการกำหนดให้ภาคส่วนหลักต้องเก็บและรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อภาครัฐ พร้อมเปิดทางสู่กลไกราคาคาร์บอน เช่น ภาษีคาร์บอนและระบบซื้อขายสิทธิ์การปล่อย
ร่าง พ.ร.บ.โลกร้อน คืออะไร ทำไมเพิ่งมา
ไทยยกระดับเป้าหมายด้านภูมิอากาศอย่างมีนัยสำคัญ เร่งเป้า Net Zero มาเป็นปี 2050 และตั้งกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้คือเครื่องมือทางกฎหมายที่จะทำให้เป้าหมายเหล่านั้นบังคับใช้ได้จริง
สาระสำคัญที่ธุรกิจต้องรู้
หัวใจที่กระทบธุรกิจคือการกำหนดให้ภาคส่วนหลักต้องรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยงานรัฐ นอกจากนี้ยังเปิดทางสู่กลไกราคาคาร์บอน (ภาษีคาร์บอนและ/หรือระบบซื้อขายสิทธิ์การปล่อย) กองทุนด้านภูมิอากาศ และแนวทางการปรับตัวต่อผลกระทบ
ใครได้รับผลกระทบ
ผู้ปล่อยก๊าซรายใหญ่และธุรกิจในภาคส่วนหลัก (พลังงาน อุตสาหกรรม ขนส่ง ฯลฯ) จะเป็นกลุ่มแรกที่ต้องรายงาน ส่วนธุรกิจขนาดกลาง-เล็กในห่วงโซ่อุปทานก็จะได้รับแรงกดดันให้เตรียมข้อมูลตามไปด้วย
เตรียมตัวอย่างไรตั้งแต่วันนี้
สิ่งที่ทำได้ทันทีคือเริ่มวัดการปล่อย Scope 1 และ 2 วางระบบเก็บข้อมูลให้ตรวจสอบย้อนได้ และสร้างความเข้าใจภายในองค์กร เพื่อไม่ให้ต้องเร่งทำตอนกฎหมายบังคับ
สถานะล่าสุดและการติดตาม
กฎหมายฉบับนี้ยังอยู่ในกระบวนการและรายละเอียดอาจเปลี่ยนแปลง ควรติดตามสถานะและตัวบทล่าสุดจากแหล่งราชการโดยตรง
องค์กรคุณพร้อมรับกฎที่กำลังมาแค่ไหน?
ทำแบบประเมินความพร้อม ESG ฟรี รวมความพร้อมด้าน พ.ร.บ.โลกร้อนและ CBAM
คำถามที่พบบ่อย
แหล่งอ้างอิง
- กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE)
- สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)
- องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO)
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเนื้อหาให้ความรู้และอ้างอิงร่างกฎหมายที่อาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบตัวบทและสถานะล่าสุดจากแหล่งราชการก่อนนำไปใช้